สะท้านฟ้าสะเทือนดินทีเดียวครับ เมื่อหนังสือพิมพ์เกาะสันติเพียบ หรือเกาะสันติภาพ ลงข่าวชิ้นหนึ่งในหน้าแรก เมื่อวานนี้

 

ในเนื้อข่าวระบุไว้ว่า ได้มีสุภาพสตรีสูงศักดิ์ท่านหนึ่ง เป็นถึง "อังจุมเตียว" หรือคุณหญิงของบ้านเรา มีนามว่า คุณหญิงวรนาถ นวลเรียง ได้ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงความกลุ้มอกกลุ้มใจในเวลานี้ว่า เธอมีลูกสาวสุดที่รักอยู่คนหนึ่ง มีนามว่า นางสาวลำออง นวลเรียง มีอายุอานามก็ได้ 24 ปีแล้ว ก็เข้าวัยเยาวเรศรุ่น เหมาะสมที่จะมีครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝากับเขาซักกะที

 

ปัญหาของคุณหญิงวรนาถอยู่ที่ว่า มีชายทั้งหนุ่มและไม่หนุ่ม มาติดพันลูกสาวเธอเยอะเหลือกัน นับกันไม่หวาดไหว ก็เป็นเพราะลูกสาวของเธอ มีรูปโฉมงดงาม มีความเป็นแม่บ้านแม่เรือน ได้รับการศึกษามาอย่างดี นับว่าเป็นกุลสตรีชั้นแนวหน้าของฟากฟ้าพนมเปญเลยทีเดียว

 

ด้วยความที่นางสาวลำออง เป็นคนเรียบร้อย ว่านอนสอนง่าย และเชื่อฟังบิดรมารดาทุกอย่าง เลยยกหน้าที่คัดสรรลูกเขย ให้เป็นสิทธิ์ขาดแก่คุณหญิงวรนาถ (ต่อไปเรียกคุณหญิงแม่ดีกว่า เรียกคุณหญิงวรนาถ จะทำให้นึกถึงคุณยายวรนาถ ในหนังผีซะปล่าวๆ)

 เชิญทัศนาหน้าตาของนางสาวลำอองซะก่อน

 

นี่คือความกลุ้มใจอย่างยิ่งของคุณหญิงแม่ ไม่รู้จะเลือกใครดี คิดอยู่นานสองนาน เธอก็เลยปิ๊งไอเดีย โดยเริ่มจากการกำหนด หรือล๊อกสเป็คว่าที่ลูกเขย คร่าวๆดังนี้

1. มาจากตระกูลดี มีการศึกษาดี
2. อายุ 30 ปีขึ้นไป 
3. โสดหรือเป็นพ่อม่าย (ห้ามมีเมีย มีกิ๊กเป็นตัวเป็นตนเด็ดขาด)
4. มีหน้าตาที่ลูกสาวเธอถูกใจ
5. มีดวงสมพงศ์ ไม่ชงกับดวงของนางสาวละออง (อันนี้คุณหญิงแม่จะต้องมีสิทธิ์ขาดในการเลือกหมอดูดวงแต่เพียงผู้เดียว)
6. มีใบตรวจร่างกายในระยะเวลาไม่เกินสามเดือน บ่งบอกว่าไม่มีโรคร้าย หรือโรคติดต่อใดๆ (อันนี้คุณหญิงแม่ ก็ถือสิทธิ์ กำหนดโรงพยาบาลในการตรวจเช่นกัน)

ครับ ถ้าชายใดผ่าน 6 ข้อที่ว่ามา ก็มีโอกาสที่จะได้เป็นลูกเขยของคุณหญิงแม่
โดยขั้นตอนสุดท้ายก็คือ

คุณหญิงแม่เธอเปิดประมูลครับ !!!!!

 และราคาประมูลเริ่มต้นที่ 1,000,000 $

 คูณออกมา มันประมาณ 32,000,000 บาท เอื๊อก!!!!!!

 

การประมูล คิดว่าจะเริ่ม ในอีกหนึ่งเดือนต่อจากนี้ไป หลังจากการสกรีนเสร็จสิ้น

 

 ข่าวนี้ออกมาเมื่อวานครับ ทำเอาเกิดความปั่นป่วนไปทั่วกรุงพนมเปญ ลามไปยังทั่วประเทศกัมพูชา

ทั่วหัวระแหง คอเมาท์ทั้งขาประจำและขาจร ต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้กันอย่างเอิกเริก ไม่เว้นแม้แต่ในที่ทำงานของผมเอง ที่ตั้งวงแสดงความเห็นเรื่องนี้กันตั้งแต่เช้า จนตอนบ่ายก็มีข่าวลือข่าวปล่อยออกมาเรื่อยๆ บ้างก็ว่าตอนนี้ราคาขยับไปถึง 40 ล้านแล้ว

 ผมพอจะสรุปเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องจากข่าวนี้ ได้ดังนี้ครับ
1. เกิดความแตกแยกทางความคิดอย่างกว้างขวาง แบ่งได้เป็นสองส่วน คือ
     -ส่วนที่เห็นด้วย อันนี้น่าจะนำทีมโดยว่าที่แม่ยายทั้งหลาย ที่คิดว่า ตนควรมี
       ส่วนในการคัดกรองลูกเขยแบบนี้บ้าง ควรได้มีส่วนในการกำหนดราคาสิน 
       สอดทองหมั้นได้มากขึ้น 
     -ส่วนที่ไม่เห็นด้วย นำทีมโดยลูกสาวและว่าที่ลูกเขย ซึ่งว่าทีลูกเขยเดือดร้อน
      จากที่ว่าที่แม่ยายได้มีการเรียกพบ เพื่อหารือเรื่องสินสอดทองหมั้นใหม่อีก
       ครั้ง ในด้านลูกสาวก็โดนกดดัน ให้มีความเชื่อฟังพ่อแม่ โดยยึดนางสาวลำออง เป็นตัวอย่าง
       ผมดูๆแล้ว พวกที่สองมีเยอะกว่าครับ กลายเป็นกระแสก่นด่าคุณหญิงแม่กันอย่างอึงมี่เลยทีเดียว หาว่าทำลายประเพณีเก่าแก่ที่ดีงาม

2. ราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวอย่างรุนแรง -มีข่าวออกมาว่า ราคาที่ดินปรับตัวลดลงอย่างน่าแปลกใจ ที่ดินผืนงามๆในกรุงพนมเปญ ลดราคาลงมากว่า 50% ของราคาเดิมเลยทีเดียว มีการวิเคราะห์กันว่า เกิดจากการเทขาย เพื่อเตรียมเงินไปประมูลนางสาวลำอองคนงาม ไม่เว้นแม้แต่วงการรถยนต์หรู ที่มีการเทขายอย่างผิดสังเกตุ

 

 

 มาเช้าวันนี้ หนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพ ออกมาขอโทษเรื่องข่าวของเมื่อวานนี้ ว่าเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด คุณหญิงวรนาถอะไรเนี่ย ไม่มีตัวตน แต่เรื่องนี้ เป็นพล๊อตในละครเรื่อง "กรุเปย์จำแรย" หรือแปลเป็นไทยว่า "วิวาห์พิศวง" ที่จะออกฉายทางช่องโทรทัศน์ช่องหนึ่ง

 

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

 

คอดราม่า เซ็ง!! อารมณ์ค้างเป็นอย่างยิ่ง!!


Occheuteal Beach@Senanoukvile

posted on 26 Aug 2009 23:47 by kamolnum147

 

เอนทรี่ที่แล้ว ขับรถวนเที่ยวกันรอบเมือง มีอีกหลายๆที่ที่ยังไม่ได้เข้าไปดู ขอต๊ะไว้คราวหน้าดีกว่า ตอนนี้ชักอยากเอนกายบนที่นั่งชายหาด นอนผึ่ง จิบเครื่องดื่มเย็นๆให้คลายร้อนกันซักหน่อยดีกว่า

 

เราเลือกหาดที่เจี๊ยวจ๊าวที่สุดของที่นี่ ที่คิดว่าพลุกพล่านไปด้วยสาวในชุดบิกินี่สีสดใส ลงเล่นน้ำอย่างเริงร่า หรือนอนอาบแดดอย่างเย้ยฟ้าท้าดิน

 

นึกแล้วก็เร่งเครื่องไอ้ฟ้าคำรณ ให้ทะยานไปยังที่หมายไวไว

 

หาดที่เราเลือก เป็นหาดที่ถูกจัดให้ติดอันดับ8 ใน10 อันดับหาดที่สวยที่สุดของทวีปเอเชีย หาดนี้ชื่อหาดโอจีเตียวครับ

โอจีเตียวเป็นหาดทอดยาวประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นหาดที่มีอ๊อพชั่นครบครันสำหรับเป็นหาดมหาชน ซี่งประกอบด้วยร้านอาหาร บาร์เบียร์ เก้าอี้อาบแดด ร่มชายหาด แม่ค้า และแน่นอน ยาเสพติด

มาถึงร้านที่เลือกนั่งกัน รูปบนนี้มองไปด้านซ้ายครับ ผมนั่งบนเก้าอี่โซฟาหวายทรงกลม มีเบาะนุ่มๆสีน้ำเงิน ผมไม่เคยนั่งเก้าอี้แบบนี้ มันสบายมากๆเลยครับ

รูปนี้วิวที่หันไปทางขวา ที่เห็นลิบๆสุดตา คือหาดยอดฮิตอีกหาด Serendipity beach ครับ

 

ย้ายหลบแดดเข้าไปในร้าน เครื่องดื่มเย็นๆมาเสริฟ์ นอนเอนเหยียดบนโซฟาหวายนุ่มๆ หลับตาพริ้ม ถอนหายใจยาวยืด อารมณ์นี้ ทำให้รู้สึกว่า ทริปนี้ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

 

ลืมตา เห็นใครมาวักน้ำอยู่ต่อหน้าต่อตา กดแชะซักหน่อย

 

จากนั้น ความสงบเริ่มจางหาย กองทัพแม่ค้าเริ่มกระโจนใส่ มากันเยอะจริงๆครับ ขายผลไม้ ขายแว่นตา ขายอาหารทะเล นวดชายหาด ขายสร้อยคอ ขายถั่ว โอ๊ย จาระไนไม่หมด มากันเยอะจริงๆ บิกิน่ง บิกินี่ ไม่ได้ดงไม่ได้ดูแล้ว

ก็เลยเปลี่ยนฟิลล์ มาถ่ายรูปแม่ค้าแทน

นางนี้ขายกั้งทอด เหลืองอร่าม เสียดายที่ไม่ได้กิน กลับมาพนมเปญแล้วมีคนบอกว่าอร่อยมาก ได้กินหรือเปล่า ไมมันไม่บอกกูก่อนไปวะ

 

นั่งไปเรื่อยๆ มีเด็กน้อยมาเสนอขายบุหรี่ พวกเราเตรียมกันมาเรียบร้อยแล้ว เลยปฎิเสธไป แต่ฝรั่งโต๊ะข้างๆ อุดหนุ่นเธอไปหนึ่งซอง

ซักพัก ก็ได้กลิ่นหอมเอียนๆ โชยมา
อืมม์ บุหรี่พิเศษนี่หว่า หันมองไป ฝรั่งยื่นให้ ชักชวนลอง

ผมส่ายหน้า มันไม่ใช่ทางของผมครับ แต่รับซองมาขอถ่ายรูป
"พันลำ"ชั้นดี บรรจุซองมาเรียบร้อย

ถ้าเห็นยี่ห้อ Hero ร้อยทั้งร้อย สอดใส้กัญชาครับ ซองละ 5 ดอลล่าร์

 

กลับมามองแม่ค้าต่อ
นางนี้ขายผลไม้ ทานอะไรไปด้วยก็ไม่รู้

 

ผลไม้เหมือนกัน เคยลงให้ดูแล้วรูปนี้ ขอซ้ำ

น้องหนูคนนี้ ตามแม่มาให้บริการนวด ดูสายตาเธอสิครับ

 

คุณพิศณุ หรือไอ้ณุของเรา เลยอุดหนุนซะหน่อย หนึ่งชั่วโมง 5$

 

 เรานั่งกันไปเรื่อยๆ เป็นบรรยากาศสังสรรค์ในหมู่เพื่อนฝูงอย่างแท้จริง

จนเย็นย่ำ ก็ลงเล่นน้ำทะเลกัน เป็นครั้งแรกในรอบ สิบปีล่ะมั้งที่ผมเล่นน้ำทะเล รู้สึกดี เหมือนเจอเพื่อนเก่าครับ รูปที่ผมเล่นน้ำ น้องก็ถ่ายมา แต่ไม่ลงให้ชม กลัวซิ๊กแพ็คจะจิ้มตาคนอ่าน เอิ๊กๆๆๆ

 

เอนทรี่หน้า ชมบรรยากาศยามเย็น และอาหารเย็นเล็กๆน้อยๆครับ

edit @ 27 Aug 2009 00:12:43 by กมลหนุ่ม

ผมควบเจ้าฟ้าคำรณ เจ้ารถคู่ใจ ออกจากพนมเปญซักบ่ายสามโมงกว่าๆ ใช้ทางหลวงหมายเลข4 วิ่งลงใต้มาเรื่อยๆ

 

เส้นทางหมายเลข4 เป็นถนนสองเลนครับ สภาพถนนดีพอสมควรเลย ถ้าเทียบกับทางหลวงหมายเลข6 ที่เป็นเส้นทางพนมเปญไปเสียมเรียบ สองข้างทางในช่วงแรก จะผ่านโรงงานอุตสาหกรรม เรียงรายกันเต็มไปหมด ขับรถต้องระวังมากๆ เพราะได้เวลาเลิกงานของน้องๆสาวโรงงานพอดี

 

ขับๆมาก็จะผ่านจังหวัดแรก จังหวัดกำปงสปรือย์ จังหวัดนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวคืออุทยานแห่งชาติคีรีรมย์ แต่ผมคงไม่แวะ เพราะอยากทำเวลาให้ถึงสีหนุวิลล์ไม่ค่ำเกินไปนัก เพราะรู้ว่าขับรถกลางคืนที่นี่จะมืดและเปลี่ยวมาก

 

เส้นทางบางช่วงก็สวยดี ดินสีแดงตัดกับถนน มีต้นไม้ริมข้างทางครื้ม

 

ขับมาถึงแยกที่จะเลี้ยวขวาไปจังหวัดเกาะกง เส้นทางก็เริ่มไต่ขึ้นเขาไปเรื่อยๆ ภูมิประเทศสวยดีครับ เขียวครึ้มสบายตา

 

และก็มาถึงจุดที่ต้องแวะครับ โดนกำชับกำชามา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รถที่ผ่านทางนี้ ทุกคันจะจอดแวะที่นี่ครับ เป็นศาลตั้งเรียงรายกันเป็นแถวยาวกว่าห้าสิบเมตร เลียบเหวลึกที่อยู่เบื้องหลัง

 

ที่ต้องแวะเพราะเค้าบอกกันว่า ให้ลงมาสักการะ เพื่อจะได้คุ้มครองความปลอดภัยในการเดินทาง สมาชิกชมรมคนปอดแหกอย่างผม ก็ต้องเชื่อเค้าไว้ก่อน

 

เค้าบอกว่าให้ซื้อธูป แล้วเอาไปปักตามศาล แต่เค้าก็ไม่ได้บอกว่าให้ปักกี่ศาล ผมเองก็นึกว่ามีแค่ศาลสองศาล ไม่นึกว่ามีมหาศาลอย่างนี้

 

เอาไงดีวะ

 

ไม่รู้ว่าศาลไหนดูแลโค้งไหน ก็ปักมันซะให้ทุกศาลนั่นแหละ coverให้หมด จะได้อุ่นใจ ว่าแล้วก็ซื้อธูปกำใหญ่ ไล่ปักไปเรื่อยๆ ที่นี้ก็ถกเถียงกันอีกว่าปักกี่ดอก เวรล่ะสิ ถามเค้ามาไม่หมด แต่ก็โชคดีที่มีคนปักให้ดูเป็นตัวอย่าง สรุปคือศาลละดอกครับ

 

มาถึงช่วงปลายๆ มีทีเด็ดกว่านั้น เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมา จะเป็นศิวลึงค์ยักษ์ขนาดหนึ่งคนโอบ ตั้งอยู่บนฐานทรงกลม มีร่องน้ำโดยรอบ ขอบด้านหนึ่งบากเป็นร่องให้น้ำไหลออก

 

ประจำที่ฐานศิวลึงค์ มีจิ๊กโก๋วัยเด็ก ตักน้ำรดบนหัวศิวลึงค์ ไหลผ่านมาตามร่อง แล้วรองน้ำใส่ขัน ยื่นมาให้เรา

 

จิ๊กโก๋วัยดึกอย่างเราก็งงครับ ว่าให้มาทำไม จะให้รดหัวเป็นศิริมงคลน่ะเร๊อะ ม่ายน่อ ม่ายอาววว

 

จิ๊กโก๋วัยเด็กส่ายหัว จุ๊ปากจึ๊กจั๊กไม่สบอารมณ์ แล้วชี้มาที่ไอ้ฟ้าคำรณ ส่งท่าทางถามว่าของยูหรือป่าว พอรู้ว่าใช่ ก็เอาน้ำนี่แหล่ะ สาดโครมเข้าไปที่หน้าหม้อรถด้านหน้า จิ๊กโก๋วัยดึกก็เลยถึงบางอ้อครับ โชคดีที่ไม่ยกรดหัวตัวเองเข้าให้ ก็เลยต้องสมนาคุณจิ๊ก