Joyfull Tear

posted on 09 Feb 2008 21:15 by kamolnum147

รินจ๊ะ

แปลกเหมือนกันนะ ที่แม้ว่าเรารู้จักกันในโลกไซเบอร์ แต่กลับรู้สึกสนิท ผูกพันกัน
วันก่อนโน้น ซอสออกไอเดียกับพวกเราว่า ให้เขียนเอนทรี่ให้ริน เนื่องในโอกาสที่รับปริญญา

พี่รู้สึกว่าเป็นไอเดียที่ดีมากๆ

เมื่อก่อน มีใครบางคนบอกพี่ว่า ใบปริญญาบัตรนั้น มันก็แค่กระดาษเพียงใบเดียวเท่านั้นเอง
ใครที่พูด หรือคิดอย่างนี้ มันจะรู้สึกว่าเท่ห์ รู้สึกว่าได้ต่อต้านสังคม
ในเวลานั้น พี่ก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน จนเกือบจะไม่ไปงานรับปริญญา เพื่อความเท่ห์

แต่ในที่สุด ก็เข้ารับปริญญา และได้กระดาษแผ่นนั้นมา พ่อพี่ก็เอาใส่กรอบ ประดับไว้ที่ฝาบ้าน
ตอนแรกพี่เิดินผ่าน ก็เฉยๆกับมันนะ
ต่อมา เวลาพี่เดินผ่านมัน บางครั้งพี่ก็หยุดมองเป็นเวลานาน มองแล้วก็ยิ้ม
ก็แปลกดี ความทรงจำมันหลั่งไหลทะลักเข้ามาไม่ขาดสาย


พี่เคยอ่านเจอว่า ฝรั่งเค้าเปรียบการเสียน้ำตาำำได้สองแบบ
แบบแรก Tearfull join ก็ร่ำไห้เสียใจด้วยมีอารมณ์เศร้าโศก

แบบที่สอง  Joyfull tear ก็คือร่ำให้ด้วยความปลื้มปิติ
แล้วเราจะเจออะไรล่ะTearfull join or Joinfull tear
ในวันนั้น พี่เจอ Joyfull tear จากพ่อแม่ และคนที่พี่รักหลายๆคน

แปลกดีที่ ในเวลานั้นไม่ได้ซาบซึ้งมากเท่ากับที่ได้มาย้อนความหลังคนเดียว
ในเวลาที่มอง "กระดาษ" ใบนั้น

ความทรงจำ มันยังพาพี่เตลิดเปิดเปิงไปยังหลายๆเหตุการณ์ที่ประทับใจ
คิดถึงเพื่อน คิดถึงตอนสมัยอยู่หอพัก คิดถึงแฟนคนแรก
คิดถึงบรรยากาศก่อนสอบ ว่าเครียดกันขนาดไหน
คิดถึงบรรยากาศหลังสอบเสร็จ ว่ามันเฮฮาบ้าบอกันซะโลกแตก


แต่ความรู้สึกท้ายสุด ก็คือ ความภาคภูมิใจในตัวเอง
อืมม์ ฉันทำได้นะ สามารถผ่านการทดสอบเรื่องระเบียบและวินัยได้
ฉันสามารถผ่าน จากเด็กมาเป็นผู้ใหญ่ได้แล้วอย่างเต็มภาคภูมิ

ยินดีกับรินด้วยมากๆจ้ะ ในโอกาสที่เข้ารับปริญญา วันที่ 11 กุมภาพันธุ์นี้

จุ๊บๆ

พี่หนุ่ม 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

แวะมาอ่าน

น่ารักจังค่ะ

big smile big smile big smile

#8 By midnightcopy (58.9.103.198) on 2008-02-13 23:59

มาอ่านอีกครั้งค่ะ...พี่หนุ่ม ....

ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว หนูจำไม่ได้อ่ะค่ะ...

รู้แต่มาอ่านหลายครั้งมาก ๆ จร้า...

big smile

#7 By rinn on 2008-02-10 14:34

#5 By apooh

มะยู้เย้ย มะยู้เย้ย ว่าตะเองอ่ะ

ซ่าสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส์

เหมียนครายยยยย question
มั่งดิ
ก่อนอื่น ยินดีด้วยนะคะ คุณริน ต่อจากนี้ ก็ ลุยเลย question

ตอนเรียน เป็นช่วงที่มันส์ที่สุดตอนนึงของหมี ไม่ได้เอ่ยถึง เรียนนะคะ แต่เป็นเล่นค่ะ confused smile

ชีวิตตอนนั้นได้ทำกิจกรรมได้เห็น"นิสัย"คน ยังก่ะได้ทำงานเลย ฝ่าวิกฤตมั่กมาก

พอช่วงท้าย ใกล้จบนอกจาก ทำ"งานใหญ่"สำหรับจบ แล้วภาระสำคัญครือเตรียมตัวสำหรับให้พร้อมวันรับปริญญา อิอิ หัดแต่งหน้าทำผมค่ะ confused smile

วันงาน ญาติๆ หน้าบาน หมีก็หน้าบาน น้ำตามิมีค่ะ มีแต่"หน้าบานๆๆ" หนุกหนานหนุกหนาน นึกย้อนไป ที่เด้งออกมาเลยคือ พ่อหมี แต่ยีนส์ก่ะใส่แว่นดำตลอดงานเลยค่า question รู้ยังหมีซ่าส์เหมือนใคร sad smile

#5 By apooh on 2008-02-10 10:42

อ่านเมนท์แล้ว สนุกจัง มีประเด็นให้ปั่น เอ๊ย คุยกันเยอะ
พรุ่งนี้นะ มาตอบเป็นเรื่องเป็นราว

#4 By กมลหนุ่ม on 2008-02-09 23:27

ตั้งใจว่าจะเจิมส์ซะหน่อย แหม!! ผู้ได้รับการถ่ายทอดเอนทรี่มาเจิมส์ซะแระ

พี่หนุ่มจ๋าถ้าหนูเป็นน้องริน หนูก็ซึ้งเหมือนกันแหละ
จริงแหละ Joyfull tear ถ้าทำให้พ่อแม่รู้สึกอย่างนั้นได้ก็ถือเป็นเรื่องดีเนอะ เด๋วคิดใหม่ก็ได้จ๊ะ

ซึ้งแทนน้องรินอ่ะ มีคนให้ความสำคัญถึงขนาดเขียนเอนทรีให้

เอ๊ะ พี่ต้องมีแฟนคนแรกตอนเรียนปริญญาเลยเหรอเนี่ย ???

#3 By hathai on 2008-02-09 23:21

พี่หนุ่ม ....

ถ้าหนูจะบอกว่าบรรยากาศก่อนสอบของหนูเต็มไปด้วยความน่าเบื่อหน่าย ..... พี่จะเชื่อไหม

บังเอิญหนูเป็นคนหัวดี แต่ "ขี้เกียจ" โครต ๆ เวลาหนูไปเรียน (เรียนภาคค่ำ) สองสิ่งที่หนูจะทำคือ ชวนเพื่อนคุย กับ นั่งหลับ เวลากลับบ้านหนูจะไวกว่าเพื่อน เท่า ๆ ที่จำได้ ไม่เคยมีวันไหนเลยที่ไม่ได้นั่งบนรถเมลล์เวลากลับบ้าน

เวลาสอบหนูก็ดันทะลึ่งได้คะแนนดีกว่าคนอื่น แถมยังถูกเพื่อนประนามด้วยว่าเป็น ตัวทำเคิร์บ เพราะคะแนนมันโด่งกว่าคนอื่น (ใช้คะแนนอิงกลุ่ม) ดังนั้น เพื่อนจะยินดีมาก หากหนูจะหลับเงียบ ๆ ในห้องเรียน

เวลาสอบหนูก็ไม่อ่านหนังสือ เพราะหนู ขี้เกียจนั้นเอง แต่ด้วยพื้นฐานทางการศึกษาและความเข้าใจที่ดี ทำให้หนูรอดตายมาได้ทุกครั้ง และต้องขอขอบคุณเพื่อน ๆ ของหนูที่มันกล้าหาญชาญชัยให้หนูไปติวหนังสือให้มัน โดยเฉพาะวิชาคำนวณทั้งหลายแหล่ เมื่อมีความรับผิดชอบในมือ มันก็เลยเป็นเรืองที่จะเลี่ยงไม่ได้ที่หนูจะต้องใส่ใจให้มากขึ้น จากไม่อ่านก็ต้องดู จากไม่ดูก็ต้องสนใจ ต้องคอยหาคำตอบ แต่งโจทย์ให้พวกมันทำกัน พร้อมตรวจ ติว สรุป สารพัด ซึ่งได้ผล กระบี่ต้องลับต้องใช้มันถึงจะคม ต้องขอขอบคุณเพื่อน ๆ ที่เห็นแวว (มากกว่ามรกต) ในตัวหนู อิอิอิ

สำหรับวิชาอื่นที่ไม่ใช่วิชาคำนวณ ยกเว้น Logic และ Man and Environment (ที่เขาบอกว่าใครสอบได้ A ไม่ให้คบนั้น หนูฟันมาหมดแล้ว) ไม่ต้องพูดถึง คะแนนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน นั้นเป็นเพราะผลของความขี้เกียจของตนเอง

จึงเห็นได้ว่าทุกอย่างต้องผสมผสานกันด้วยความพอดี ทางสายกลางจำเป็นที่สุดในชีวิตและการดำรงอยู่ และถ้าหนูขยันอีกนิด หนูคงได้เรียนต่อดอกเตอร์ จะได้เลิกใช้นางสาวซะที (เบื่อหวะ) อิอิอิ เท่ห์นะเนี่ย ดอกเตอร์ฮานิบาล เอ้ย !!! ดอกเตอร์สายลม De Kler อิอิอิ

สำหรับความภาคภูมิใจในตัวเองของหนูในวาระแรก คือ กรูไม่ต้องเสียเงินค่าลงทะเบียนอีกแล้วเฟ้ย!!! แต่ต่อจากนั้น เหง๊า เหงา คนเคยไปป่วนชั่วบ้านทุกวัน ไม่มีใครให้ป่วน ไม่มีใครให้กวน เรื่องระเบียบวินัยไม่ต้องพูดถึงหนูจำได้ว่าตั้งแต่เรียนหนังสือมาไม่เคยมีคะแนนความประพฤติเต็มเลยสักครั้ง ส่วนใหญ่โดนหักติดลบยันคะแนนสอบ อิอิอิ ภูมิใจยิ่งนัก (จะหาใครเหมือนเรา)

จนถึงทุกวันนี้ หนูก็ยังไม่รู้ว่าหนูก้าวข้ามความเป็นเด็กมาเป็นผู้ใหญ่หรือยัง หนูว่า หนูเกาะติดกับความเป็นเด็กของตัวเองต่อไปดีกว่า อย่างน้อยเมื่อผสมผสานกับความรับผิดชอบทางหน้าที่การงานที่ได้รับ หนูจะได้ไม่เครียดจนเกินไป และ

ยิ้มรับได้เมื่อภัยมา ปัญหามา ปัญญามี

จากใจ

Dr.Sailom De Kler question
พี่หนุ่มค่ะ

ขอบคุณพี่มาก ๆ ค่ะ ที่พี่เขียนเอนทรี่นี้ให้หนู….

หนูเองก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลกค่ะ ที่เราได้มารู้จักกันในโลกไซเบอร์ แต่กับรู้สึก สนิท และผูกพันกันได้มาก ๆ ขนาดนี้…

และ…ต้อง “ขอบคุณอินเทอร์เน็ต” ที่ทำให้ได้มารู้จักกับ พี่หนุ่ม

สำหรับ คนอื่น ปริญญาบัตร คือ กระดาษ หนึ่งใบ สำหรับหนูก็เหมือนกันค่ะ ปริญญาบัตร ก็คือ กระดาษ หนึ่งใบ เหมือนกัน (เพราะ มองยังไง หรือจับดูกี่ครั้ง ใบปริญญา ก็คือ กระดาษจริง ๆ )…..

แต่….ถ้าถามกันตรง ๆ หนูก็ตอบได้ตรง ๆ ว่า หนูอยากได้ กระดาษใบนี้มาก ๆ ค่ะ….

ที่เรียนมาทั้งหมดจนถึงวันนี้ ก็เพราะต้องการ กระดาษ ใบนี้ละค่ะ…

โอ้…เลยไม่เท่ห์สิเนี่ย….

หนูเองก็แน่ใจว่า วันจันทร์ นอกจากหนูจะได้เจอกับJoyfull tear ด้วยตัวเองแล้ว หนูคงได้เจอ Joyfull tear จากคนในครอบครัวอีกด้วย เช่นกันค่ะ.....

ขอบคุณพี่หนุ่มอีกครั้งค่ะพี่...big smile

#1 By rinn on 2008-02-09 22:58